โทรสั่งด่วน:
0-2294-8777

    Download Catalogue   |    Support   |    Activation Key
ค้นหาอย่างละเอียด
|    แผนที่   |    ติดต่อเรา     |    รับสมัครงาน ด่วน!!     
0 รายการ

สื่อการสอน SQL Server 2005
สถานะ: มีสินค้าพร้อมจัดส่ง
รหัสสินค้า: P-PRO-05
ISBN : 978-974-976-490-9

 
 ราคา 204 บาท
ราคาปกติ 240 บาท
ประหยัด 36 บาท
สถานะของสินค้า: มีสินค้าในสต๊อกพร้อมจัดส่ง
ยิ่งอ่าน ยิ่งรู้ ยิ่งดู ยิ่งเข้าใจ
สื่อการสอนคุณภาพ รองรับ Life Style ในยุคปัจจุบันได้อย่างลงตัว การเรียนรู้รูปแบบวีดีโอ พร้อมหนังสือ ไม่ต้องเสียเวลาอ่าน แถมยังเข้าใจง่ายอีกด้วย สนุกสนาน ไปพร้อมกับการเรียนรู้ รับประกันคุณภาพโดย อาจาย์แม่



สื่อการสอน SQL Server 2005
   รูปแบบ: หนังสือ + 3 CD-Rom
สื่อการสอน SQL Server 2005 เนื้อหามากที่สุดในประเทศไทย โดย อ.ธงชัย พยุงภร




หนังสือ : 1 เล่ม

ชนิดปก : ปกอ่อน

เนื้อใน : 1 สีทั้งเล่ม

CD : 3 แผ่น

จำนวน : 152 หน้า

น้ำหนัก : 330 กรัม

ขนาดรูปเล่ม : 170 x 235 มิลลิเมตร

ผู้เขียน : ธงชัย พยุงภร



ราคาพิเศษ 204 บาท  (ปกติ 240 บาท ประหยัด 36 บาท)     
สื่อการสอนชุด "SQL Server 2005 QuickStart Tutorials" ที่ทางสำนักพิมพ์เอ็มไอเอส ร่วมกับ อ.ธงชัย พยุงภร ผลิตออกมานี้ เหมาะสำหรับผู้ใช้ทุกระดับ ตั้งแต่ระดับเบื้องต้นไปจนถึงระดับมืออาชีพ เนื่องจากมีเนื้อหาที่เจาะลึกอย่างละเอียดมากที่สุด ซึ่งเป็นอีกหนึ่งความภูมิใจที่ทีงานของเรา พร้อมที่จะนำเสนอให้กับคุณได้มีไว้เพื่อใช้ในการศึกษาต่อไปได้เป็นอย่างดี


เนื้อหาภายใน:

เนื้อหาในซีดีแผ่นที่ 1:
• 1. บทนำ และเนื้อหาใน CD-ROM ชุดนี้
- เน้นเนื้อหา T-SQL ใหม่ ๆ ใน SQL 2005
- เนื้อหาจะแตกต่างจาก CD-ROM Training ในชุดก่อนตรงในชุดก่อนหน้านี้เป็น SQL Server 2000 และ Visual Basic 6.0 แต่ในชุดนี้จะเป็น SQL Server 2005 กับ VB.NET ในชุด Visual Studio.NET 2005
- เน้นในส่วนของการเขียน Stored Procedures และ Triggers
- เน้นการเขียน CLR (Common Language Runtime) ใน SQL Server 2005
- การเรียกใช้งานในด้านต่าง ๆ จาก VB.NET ไปยัง SQL Server 2005
- ตัวอย่าง Databases ใน CD-ROM

• 2. ลำดับขั้นตอนในการติดตั้ง IIS, Visual Studio.NET และ SQL Server 2005
- ให้ติดตั้ง IIS ก่อน เพราะจะมีส่วนของ Reporting Services ที่ต้องการใช้งานในส่วนของ Web Server
- ติดตั้ง Visual Studio.NET 2005 และ SQL Server Express
- ติดตั้ง SQL Server 2005 ให้เป็น Instance ในกรณีที่มี SQL Server Version อื่นก่อนหน้านี้

• 3. การ Connect Database โดยใช้ SQL Server Management Studio และการ Connect ในรูปแบบ Instances ฅ
- การ Connect Database โดยใช้ SQL Server Management Studio แทน Query Analyzer เดิม
- การ Connect SQL Server ในรูปแบบ Instance
- ทดสอบ Query เพื่อดึงข้อมูล โดยใช้ New Query แล้วทดลองติดต่อ Database ดู
- การ Attach Databases ตัวอย่าง : Northwind และ Pubs
- ส่วนของ Databases ที่ใช้ Reporting Services

• 4. Registered Servers, Instances ของ SQL Server ในเครื่อง และ Windows Authentication
- Registerd Servers เพื่อตรวจสอบ Instances ของ SQL Server ในเครื่อง
- Instances ต่าง ๆ ในเครื่อง
- Windows Authentication สำหรับ SQL Server Express

• 5. การใช้ row_number() over… เพื่อให้มีเลข Running Number และการใช้ use เพื่อเปลี่ยน Databases
- การใช้ Use เพื่อเปลี่ยน Database
- การ Comments ในส่วนของ SQL Statement
- การใช้ Object Explorer ในการตรวจสอบ Objects ของ Databases
- การใช้ Row_Number() Over…
- ประโยชน์การใช้ Row_Number() ใน Web เพื่อแบ่งข้อมูลเป็นหน้า ๆ ช่วยในการเพิ่ม Performance
- ความจำเป็นในการใช้ Order by ในส่วนต่าง ๆ

• 6. การใส่เงื่อนไข row_number() ในลักษณะ SubQuery
- ถ้าใส่เงื่อนไขให้กับ Row_Number ตามเงื่อนไขที่ต้องการ จะผิด
- การดึงข้อมูล Row_Number ตามช่วงที่ต้องการในลักษณะ Sub Query
- การดึงข้อมูล Row_Number ในช่วง 1-50

• 7. การใช้ Common Table Expression (CTE) ในการ Filter row_number() ตามช่วงที่ต้องการ
- การใช้ Common Table Expression (CTE) ในรูปแบบ With เพื่อดึงข้อมูล Row_Number() ตามช่วงที่ต้องการ
- การใช้ CTE แทน SubQuery
- ข้อควรระวังในการใช้ CTE

• 8. การตั้ง Alias ของ Tables เพื่อ Join กับ SubQuery ที่หาค่า Average ของราคาสินค้า
- การเขียน SQL Statement เพื่อ inner join กับ SubQuery
- การตั้ง Alias ให้กับ Tables และ SubQuery เพื่อใช้ในการ Join
- ระวังการใช้ชื่อ Fields ที่ซ้ำกัน
- SubQuery ที่สร้างขึ้นมีการหา Average ของราคาสินค้า
- ข้อมูลที่เป็น Null จะไม่ได้มา Join กัน
- การใช้ชื่อ Field ที่เป็น Alias ของ SubQuery

• 9. การใช้ Common Table Expression (CTE) แทนรูปแบบ SubQuery ที่หาค่า Average ของราคาสินค้า
- การใช้ Common Table Expression แทน SubQuery
- ข้อควรระวังในการอ้าง Fields ที่ซ้ำกัน
- การใช้ Inner Join กับ CTE

• 10. การใช้ Ranking Functions อื่นๆ ได้แก่ Rank, Dense_Rank, NTile และข้อแตกต่างกันของแต่ละแบบ
- ทบทวน inner Join โดยใช้ Alias ของ Tables
- การใช้ Rank เพื่อจัดลำดับที่ ถ้าซ้ำกันจะข้าม
- การใช้ Dense_Rank ถ้าซ้ำกัน ลำดับต่อไปจะไม่ข้าม
- การใช้ NTile เพื่อแบ่งข้อมูลออกเป็นกลุ่ม ๆ ให้พอ ๆ กัน

• 11. Connection String ในการเขียน VB.NET เพื่อติดต่อกับ SQL Server แบบ OleDb
- ทดสอบการเขียนโปรแกรมใน Windows Application โดยใช้ VB.NET
- Connection String ที่ใช้เขียนติดต่อกับ SQL Server แบบ OLEDB
- การใช้ OleDbDataAdapter และ DataTable
- นำข้อมูลมาแสดงใน DataGridView
- Connection String ในการติดต่อเข้า SQL Server ในลักษณะ Instance

• 12. การเขียน Connection String แบบอื่นๆ ในการติดต่อเข้า SQL Server และการเขียน Connection String แบบ Windows Authentication
- การเขียน Connection String แบบอื่น ๆ
- การอ้าง Server ในรูปแบบ (local)
- Parameters ของ Connection String ในรูปแบบต่าง ๆ
- การเขียน Connection String แบบ Windows Authentication

• 13. Connection String ในการติดต่อแบบ SqlClient แบบต่างๆ และการเลือกระหว่าง SqlClient และ OleDb
- เปรียบเทียบการใช้และการเลือกระหว่าง OleDb และ SqlClient
- Connection String ของ SqlClient
- ข้อดีและข้อเสียของ SqlClient
- เทคนิคในการอ้าง Object ของ SqlClient คล้ายกับ OleDb แต่เปลี่ยนเล็กน้อย

• 14. การสร้าง Views และการใช้ sp_helptext เพื่อตรวจสอบ SQL ของ Views
- คำสั่งสร้าง View ใน SQL Server
- การใช้ exec sp_helptext เพื่อตรวจสอบข้อความใน View ที่เขียนเป็น Sql Statement
- ประโยชน์ในการสร้าง View

• 15. การสร้าง Class เพื่อเรียกใช้งาน Databases ได้ง่ายขึ้น และการใช้ Distinct เพื่อเลือกข้อมูลที่ไม่ซ้ำกันมาใส่ใน ComboBox
- การวางตัวแปร Public ใน Module เพื่อใช้ทั้ง Project
- การสร้าง Class สำหรับ SQL Server
- การเปลี่ยน Startup Form ในการ Test โปรแกรมของ VB.NET
- การใช้ Distinct เพื่อเลือกข้อมูลที่ไม่ซ้ำกัน
- การใส่ข้อมูลเข้า ComboBox โดยการอ้าง DisplayMember และ ValueMember

• 16. การใช้ union เพื่อเพิ่มแถวว่างๆ ใน ComboBox และการเพิ่มแถว (All) โดยใช้ DataRow และ InsertAt เพื่อแทรกข้อมูลในแถวที่ต้องการ
- การใช้ union เพื่อเพิ่มค่าคงที่ในข้อมูลที่ Select ได้
- การใช้เทคนิค datarow เพิ่มแถวลงใน DataTable เพื่อให้ ComboBox มีบรรทัดว่าง 1 บรรทัด และ (All)
- การใช้ InsertAt กับ Datarow เพื่อแทรกแถวข้อมูลในตำแหน่งที่ต้องการของ DataTable

• 17. การสร้าง DataTables และ Column ใหม่ในเครื่อง Client และการ Filter Data ระหว่าง ComboBox 2 ตัว ที่มีข้อมูลสัมพันธ์กัน
- การสร้าง DataTable ใหม่ที่ Client
- การ Add Column ให้กับ DataTable
- ประโยชน์ของการสร้าง DataTable ใน Memory ของ Client
- เขียนโปรแกรมเพื่อ Filter ข้อมูล ระหว่าง ComboBox 2 ตัว ที่มีข้อมูลสอดคล้องกัน

• 18. การเพิ่ม Performance โดยใช้ DataView เพื่อดึงข้อมูลมาที่ Client ไม่ต้องดึงจาก SQL Server ใหม่ทุกครั้ง
- ปรับปรุงข้อมูล ComboBox 2 ตัวที่มีข้อมูลที่สัมพันธ์กัน โดยใช้ DataView
- การสร้าง DataView จาก DataTable
- ข้อแตกต่างของ DataView และ DataTable
- ลดการดึงข้อมูลจาก Server ทุกครั้ง โดยใช้ DataView
- การใช้ RowFilter ของ DataView
- การใช้ ComboBox ในรูปแบบ Items.Add แทนที่จะใช้วิธีกำหนด DataSource
- แต่ละแถวของ Dataview คือ DatarowView
- แต่ละแถวของ DataTable คือ Datarow

• 19. การ Query ข้อมูลแบบมากกว่า 1 เงื่อนไข และแต่ละเงื่อนไขอาจใส่ค่า หรือไม่ใส่ค่าก็ได้
- เทคนิค การ Query ข้อมูลมากกว่า 1 เงื่อนไข และแต่ละเงื่อนไข อาจมีค่าหรือไม่ก็ได้
- ในกรณีที่ ComboBox ไม่ได้ใช้ DataSource ห้ามใช้ SelectedValue เพราะจะได้ค่า Nothing ให้ใช้ Text แทน
- Query ข้อมูลจาก View ที่สร้างขึ้น เพราะลดการเขียน SQL ที่ยืดยาว

• 20. ข้อแตกต่างระหว่าง varchar, nvarchar, text, ntext และรูปแบบที่ปรับปรุงใน SQL Server 2005
- ข้อแตกต่างระหว่าง Data Types ประเภท varchar, nvarchar, text และ ntext
- ค่าสูงสุดของ varchar และ nvarchar ใน SQL Server 2000 และ SQL Server 2005
- สาเหตุที่ต้องมี varchar(max) และ nvarchar(max) ใน SQL Server 2005

• 21. ข้อแตกต่างระหว่าง char, varchar, nvarchar และข้อควรระวังในการใช้ Functions ที่เกี่ยวกับ String
- ข้อแตกต่างระหว่าง char, varchar และ nvarchar
- ตัวอย่างระวังการใช้เกี่ยวกับ string และ function ที่เกี่ยวกับ string เพราะบางอย่าง limit ไว้ที่ 8000 ตัวอักษร และวิธีการแก้ไข
- การประกาศตัวแปรใน SQL Server โดยใช้ declare และตัวแปรทุกตัวต้องขึ้นต้นด้วย @
- ระวังเรื่องการต่อ string ที่จะตัดทีละ 8000 ตัวอักษร
- การใช้ replicate, len และ substring และข้อควรระวังเมื่อใช้กับ varchar(max)

• 22. การเปลี่ยนชื่อ Fields อีกแบบใน Common Table Expressions
- การเปลี่ยนชื่อ Field อีกแบบใน CTE (Common Table Expressions)
- การอ้าง Relation กับชื่อ Field ใน CTE ต้องอ้างให้ถูกต้อง
- การเปลี่ยนชื่อ Field แบบนี้เพื่อใช้ประโยชน์ในการ Recursive

• 23. การใช้ CTE แบบ Recursive ในงานที่มีการเก็บข้อมูลในลักษณะพนักงานคนนี้ มีใครเป็นหัวหน้า
- การประยุกต์ใช้ CTE ในลักษณะ recursive
- เทคนิคการอ้าง CTE แบบ recursive
- ประยุกต์ใช้ในงานที่เก็บ EmployeeID, ManagerID ว่าพนักงานคนนี้มีใครเป็นหัวหน้า
- การใช้ Union All
- ระวังการใช้ Null ใน SQL Server

• 24. นำข้อมูล Recursive CTE มาแสดงระดับจากผู้บริหารชั้นสูงสุด จนถึงระดับล่างลงไปเรื่อยๆ จากข้อมูลที่ Self Relation ใน Tables ของตัวมันเอง
- แสดงระดับ เพื่อให้ทราบผลของการ Recursive ว่าอยู่ระดับการทำงานที่เท่าไร
- แสดงชื่อพนักงาน ชื่อหัวหน้า ระดับในแต่ละ Record โดยใช้ recursive CTE
- ทบทวนการใช้ Cast เพื่อเปลี่ยนประเภทของตัวแปรให้อยู่ในรูปแบบเดียวกันกับข้อมูลที่มีอยู่

• 25. การสร้าง Stored Procedures ใน SQL Server และการประกาศตัวแปรสำหรับ Parameters
- รูปแบบการเขียน Stored Procedures ใน SQL Server
- Input Parameters ของ Stored Procedures
- นำเรื่อง Row_Number() มาเขียน Stored Procedures
- การสร้างและลบ Stored Procedures
- การเรียกใช้ Stored Procedures

• 26. การสร้าง Stored Procedures แบบ Return Value และการนำค่าตัวแปรที่ Return มาใช้
- การใช้และความหมายของ @@RowCount
- การเปลี่ยนแปลง stored procedures โดยใช้ alter proc
- การสร้าง Stored Procedures แบบ Return Value
- วิธีการเรียกใช้ Stored Procedures ที่มีการ Return Value

• 27. การใช้ Output Parameters กับ Stored Procedures และข้อดีของการเขียน Stored Procedures
- การสร้าง Output Parameter ให้กับ Stored Procedures
- การเรียกใช้ output parameters ต้องระบุคำว่า output ให้กับตัวแปร
- ผลของการเรียกใช้ จะได้ Multiple Resultset
- เหตุผลของการเขียน Stored Procedures ที่ช่วยเพิ่ม Performance ของระบบ
- การเขียน Statement ก่อน CTE จำเป็นต้องมี semicolon คั่น
- การใช้ Aggregate Function : Count ให้ใช้คู่กับ * จะทำให้นับข้อมูลได้ถูกต้องกว่าที่ระบุเป็นชื่อ Field

• 28. เทคนิคการเขียน Stored Procedures อีกแบบ ที่ไม่ใช้ Return Value และ Output Parameters แต่ใช้ Multiple Recordsets
- เทคนิคการ Assign ค่าเข้าตัวแปรจาก sql statement ซึ่งสามารถใช้ set หรือ select แล้วแต่กรณี
- การเขียน Stored Procedures อีกแบบ โดยใช้ Multiple Recordsets
- การนำตัวแปรมาตั้งเป็นชื่อ Field ใน Table ใหม่
- การนับจำนวน Tables ที่ได้จาก Stored Procedure

• 29. การเรียกใช้ Stored Procedures จาก VB.NET โดยใช้ System Stored Procedures : sp_helptext และการใช้ StringBuilder
- การเรียกใช้ Stored Procedure sp_HelpText เพื่อดู Sql Statement ของ View จาก VB.NET
- การวน loop DataRow ของ DataTable
- การวน loop DataRowView ของ DataView
- การเรียกใช้ System Stored Procedures สามารถมี exec, execute หรือไม่มีก็ได้
- การใช้ System.Text.StringBuilder ต่อ String แทนการต่อ String ทั่วไป เพื่อช่วยเพิ่ม Performance

• 30. การตรวจสอบ Stored Procedures ที่สร้างขึ้นว่าสร้างเมื่อไร เปลี่ยนแปลงเมื่อไร มีทั้งหมด 3 วิธี
- การตรวจสอบรายการ Stored Procedures ที่สร้างขึ้น 3 วิธี
- ใช้รูปแบบ sysobjects ในการตรวจสอบ
- ใช้ information_schema ในการตรวจสอบ
- ใช้ objects ของ sys ในการตรวจสอบ
- การตรวจสอบ sql statement ที่เขียนในแต่ละ Stored Procedures โดยใช้ sp_helptext

• 31. การตรวจสอบ Objects อื่น เช่น Tables, Views สามารถทำได้เช่นเดียวกับ Stored Procedures
- การตรวจสอบ Objects ประเภทอื่น ๆ Tables, System Tables, Views, Triggers, Foreign Keys
- สามารถทำการตรวจสอบได้เหมือนกับ Stored Procedures แต่เปลี่ยนรูปแบบของเงื่อนไข และ objects ที่เกี่ยวข้อง



เนื้อหาในซีดีแผ่นที่ 2:
• 1. เตรียม Project และงานใหม่ใน CD-ROM แผ่นที่ 2
- เตรียม Projects ใหม่สำหรับ CD Training ในแผ่นที่ 2
- ทบทวนถึง Stored Procedures และการเรียกดู SQL Server Objects ต่อจากแผ่นแรก

• 2. รูปแบบของ Multiple Resultsets ใน SQL Server ซึ่งไม่มีใน Microsoft Access
- รูปแบบของ Multiple Resultsets ใน SQL ที่ไม่มีใน Microsoft Access
- การ Run ข้อมูลที่เป็น Batch แล้วได้ Multiple Resultsets
- รูปแบบการเขียน SQL Statements หลาย ๆ คำสั่ง ทั้งในบรรทัดเดียวกัน หรือคั่นด้วย semicolon
- ข้อดีของการเขียนแบบ Batch ทำให้ติดต่อ SQL Server ครั้งเดียว แต่ควรเลือกเฉพาะ Fields ที่ต้องการ และใส่เงื่อนไข where ที่ต้องการเท่านั้น
- การ Run Stored Procedures ที่ได้ Multiple Resultsets

• 3. การเขียน VB.NET ในการดึงข้อมูล Multiple Resultsets มาในรูปแบบ Dataset และการอ้าง DataTable ใน Dataset
- ดึงข้อมูลที่เป็น SQL Batch Statement มาในรูปแบบ Dataset ของ ADO.NET
- Dataset ประกอบด้วย DataTables หลาย ๆ ตัว
- ใช้ SQLDataAdapter Fill เข้า Dataset
- การตรวจสอบจำนวน Tables ใน Dataset
- การอ้าง DataTable แต่ละตัวใน Dataset

• 4. การดึง Multiple Resultsets จากการ Run Stored Procedures : sp_help
- การใช้ sp_help เพื่อดูรายละเอียดของ table โครงสร้างของ Tables
- จากการ run sp_help จะได้ทั้งหมด 9 tables
- การตรวจสอบชื่อและจำนวนของ tables ใน Dataset
- การดึงข้อมูลของแต่ละ DataTable มาใน Dataset มาแสดง
- การวน loop DataTable ใน Dataset

• 5. การดึงข้อมูลจาก Stored Procedures ที่สร้างขึ้นแบบที่ 1 และการดึงค่า Return Value และ Output Parameters มาแสดง
- Stored Procedures ที่สร้างขึ้นมี Return Value และ Output Parameter
- รูปแบบการเขียน SQL เพื่อดึงข้อมูล Return Value และ Output Parameters
- การอ้างอิงไปที่ DataTable แต่ละตัว
- การอ้างอิง DataRow ของ DataTable และการอ้าง Field ของ Return Value และ Output Parameter

• 6. การเรียกใช้ Stored Procedures แบบ SqlCommand และ CommandType (แบบที่ 2)
- รู้จักกับ SqlConnection และ SqlCommand เพื่อเรียกใช้ Stored Procedure
- การใช้ CommandTimeOut
- การกำหนด CommandType ให้เป็นแบบ Stored Procedures
- การใช้ SqlCommand ร่วมกับ SqlDataAdapter เพื่อ Fill เข้า DataTable

• 7. การสร้าง SqlParameters ให้กับ SqlCommand และการกำหนดประเภทของ SqlParameters
- การสร้าง SqlParameters ให้กับ SqlCommand
- การกำหนดประเภทและ Direction ของ SqlParameters
- การกำหนดตัวแปรของ SqlParameters เมื่อไรถึงใช้ซ้ำ หรือไม่ซ้ำ
- รูปแบบนี้ ข้อมูลที่ได้ไม่ได้เป็น Multiple Resultsets แต่ค่าจะเก็บในParameters
- ข้อดีของการใช้ SqlParameter กับการเขียน SQL ทั่วไป
- ชื่อของ SqlParameter ต้องขึ้นต้นด้วย @

• 8. ความสำคัญในการตั้งชื่อของ SqlParameters และการเรียกใช้ Stored Procedures แบบที่ 3
- จำเป็นต้องตั้งชื่อ SqlParameters ให้เหมือนกับ Stored Procedures ที่ได้สร้างไว้
- ตรวจสอบลำดับในการ Add SqlParameters ว่ามีผลอย่างไรหรือไม่
- เรียกใช้ Stored Procedure ในลักษณะ CommandText แบบที่ 3
- แบบนี้ชือของ SqlParameters จะเป็นยังไงก็ได้

• 9. การเรียกใช้ Stored Procedures ในรูปแบบ OleDb ในรูปแบบการใช้ call
- การเรียก Stored Procedures แบบใช้ OleDb
- รูปแบบการเขียนคล้าย SqlClient
- รูปแบบ Parameters จะใช้ ? แทน @
- ลำดับการ Add Parameters มีความสำคัญในแบบนี้
- ใช้ call ในการเรียก Stored Procedure ซึ่งเป็นรูปแบบเฉพาะ OleDb

• 10. รูปแบบการใช้ in ในรูปแบบต่างๆ และการใช้งานร่วมกับ SubQuery
- รูปแบบการใช้ IN
- การใช้ IN ร่วมกับ SubQuery
- ใช้ Inner Join แทน IN
- การใช้ Estimated Execution Plan และ Performance
- Performance ของ IN เมื่อเทียบกับ Inner Join

• 11. การใช้ not in และการใช้ left join เพื่อหาข้อมูลที่ไม่มีในอีก Tables หนึ่ง
- การหาข้อมูลที่ไม่มีในอีก Table หนึ่ง (A-B)
- ใช้เทคนิค Left Join เพื่อหาข้อมูลที่ไม่มีในอีก Table หนึ่ง
- ข้อควรระวังในการใช้ IN และ Not IN
- Performance ของ Not IN เมื่อเทียบกับ Left Join

• 12. การใช้ some หรือ any Operators เมื่อเทียบกับการใช้ in และการใช้ all
- รูปแบบการเขียน SQL โดยใช้ Some หรือ Any Operator
- ข้อแตกต่างจากการใช้ IN
- สามารถใช้เครื่องหมาย >, < ได้ในกรณีที่ใช้ Some หรือ Any
- การใช้ All แทน Left Join และ Not IN

• 13. การใช้ exists และรูปแบบที่ต่างจาก all, some, any, in ในการเขียน SQL Statements
- รูปแบบการใช้ Exists
- Exists เป็นการตรวจสอบว่ามีข้อมูลหรือไม่ ถ้าไม่มีข้อมูลจะได้ค่าเท็จ
- ข้อแตกต่างในการเขียน SQL Statement เมื่อเทียบกับ All, Some, Any และ IN
- การใช้ Not Exists แทน Not IN (A-B)

• 14. การใช้ set Operators ได้แก่ union, intersect และ except
- รูปแบบการใช้ SET Operators ได้แก่ Union, Intersect และ Except
- ข้อแตกต่างระหว่าง Union และ Union All
- สามารถใช้ได้กับ Table และ View
- จำนวน Fields ที่มา union ต้องเท่ากัน ประเภทเดียวกัน แต่ชื่อไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน

• 15. การใช้ group by กับ over (partition by…) และข้อแตกต่างที่ดีกว่า เมื่อใช้ร่วมกับ CTE
- การใช้ Group by เพื่อหา Count, Avg หรือ Aggregate Functions อื่น ๆ
- การใช้ over (partition by…) ซึ่งเป็นเรื่องใหม่ใน SQL 2005
- เปรียบเทียบการใช้ทั้งสองแบบ
- ใช้งานร่วมกับ CTE

• 16. การใช้ over (partition by…) มากกว่า 1 Field เพื่อสรุปผลข้อมูลแยกตามปีและเดือน
- การใช้ over (partition by…) สามารถ partition by ได้มากกว่า 1 Fields
- แต่ละ Fields ที่ทำการ partition สามารถแตกต่างกันได้ไม่ต้องเหมือนกัน
- สรุปผลข้อมูลยอดขาย แยกตามปีและเดือน เทียบสัดส่วนกับแต่ละ Order ID
- การเขียนใช้งานร่วมกับ CTE

• 17. การใช้ Case ใน SQL Statements แบบเงื่อนไขเดียว และแบบหลายๆ เงื่อนไข
- การใช้ Case ใน Sql Statement
- รูปแบบการเขียน Case ใน SQL Statement
- การใช้ Case แบบเงื่อนไขเดียว
- การใช้ Case แบบหลายเงื่อนไข และในกรณีที่ข้อมูลเป็นช่วง

• 18. การใช้ Case กับ Aggregate Functions เพื่อ Group ข้อมูลแบบ Pivot Table
- รูปแบบการเขียนเพื่อใช้กับ Aggregate Functions
- เขียน SQL ให้ Group ข้อมูลยอดขายสินค้า แยกตามปีในแนว Column (Pivot Table)

• 19. สร้าง Stored Procedures เพื่อสรุปยอดขายสินค้าแยกตามเดือน โดยใส่ Parameters เป็นปี และจัดการให้มียอดรวมทั้งแนวตั้งและ Summary รวม
- นำความรู้เรื่อง Case มาเขียน Stored Procedures
- สร้าง Stored Procedures สรุปยอดขายสินค้า แยกตามเดือน โดยใส่ Parameter เป็น ปี
- ทำยอดสรุปในแนวนอน
- ทำยอดสรุปรวม โดยใช้ with Rollup

• 20. การใช้ with cube และ with rollup เพื่อสรุปยอดรวมจากการ group by
- การใช้ Group By ร่วมกับ with Cube และ with Rollup
- ข้อแตกต่างระหว่าง with Cube และ with Rollup
- เปรียบเทียบการใช้เมื่อเทียบกับ over (partition by…)

• 21. ข้อจำกัดของ CTE เมื่อเขียนใน Stored Procedures ที่มีการใช้ order by
- ปรับปรุง Stored Procedures ที่สรุปยอดขายสินค้าแยกตามเดือน ให้แสดงชื่อสินค้าด้วย
- ข้อจำกัดของ CTE ที่ใช้ร่วมกับ Order By ที่เขียนใน Stored Procedures

• 22. การสร้าง, ลบ, แก้ไข Views และการ Encrypt Views เพื่อไม่ให้ผู้อื่นเห็น SQL Statements ของ Views นี้
- เตรียม View สำหรับ PIVOT ในเรื่องต่อไป : โดยเลือก Fields ที่ต้องการจากการเชื่อมโยง 3 Tables
- การสร้าง View ลบ View
- สร้าง View แบบ Encrypt เพื่อไม่ให้ผู้อื่นเห็น SQL Statement ของ View เทคนิคนี้สามารถใช้กับ Stored Procedures ได้
- exec sp_helptext เพื่อดู SQL Statement ของ View

• 23. นำข้อมูลจาก Views มาสร้าง Pivot Table แยกยอดสั่งซื้อตามปี โดยใช้ pivot ซึ่งเป็นคำสั่งใหม่ใน SQL Server 2005
- รูปแบบในการเตรียมข้อมูลเพื่อใช้คำสั่ง PIVOT
- จำกัด Fields ที่จำเป็นต้องใช้ในการทำ PIVOT
- เมื่อใช้ PIVOT แล้วไม่ต้องสร้าง Group By
- ส่วนของ Field ที่ต้องการนำมาเป็น Column จะอยู่ใน Statement หลัง For และค่าของแต่ละ Column ให้ใส่ภายใต้เครื่องหมายก้ามปู

• 24. การเลือก Fields ที่ต้องการจากการ Select ใน Pivot ซึ่งต่างจากที่เคยใช้ทั่วไป เปลี่ยนลำดับ Fields รวมถึงเปลี่ยนชื่อ Fields
- การเลือกบาง Fields มาจากการใช้ PIVOT โดยไม่เอาทุก Fields
- เทคนิคการเปลี่ยนชื่อ Fields ที่นำมาทำเป็น Column
- ความจำเป็นในการอ้างชื่อ Fields ที่มาทำเป็น Column ต้องมีก้ามปูทุกครั้ง

• 25. ตัวอย่างการสร้าง Pivot อีกแบบ และการใช้ Functions : upper, left, datepart, datename
- สามารถใช้ where และ order by กับ PIVOT Table ได้
- รู้จักกับ datepart เพื่อดึงข้อมูลส่วนต่าง ๆ ของวันที่ออกมา
- ใช้ datename เพื่อดึงข้อมูลชื่อเดือนออกมา
- ฟังก์ชันเกี่ยวกับ string : upper, left เพื่อตัดเดือนเหลือ 3 ตัวอักษร
- นำข้อมูลที่เตรียม มาสร้าง PIVOT Table เพื่อสรุปแยกข้อมูลยอดเงินขายสินค้า แยกตามเดือน และรายชื่อสินค้า

• 26. การนำข้อมูล Pivot Table มา Reverse กลับให้เป็นข้อมูลเหมือนเดิม โดยใช้ unpivot
- เปลี่ยนข้อมูลบางอย่าง ที่เป็นสรุปผลอยู่แล้ว ซึ่งบางครั้งมาจาก Excel มาแปลงเป็น data ที่เราเก็บทั่วไป โดยใช้ UNPIVOT
- รูปแบบการเขียนของ UNPIVOT
- การตั้งชื่อ Field ให้กับ Column ที่ UNPIVOT

• 27. การเรียงลำดับของ Fields ที่ unpivot และการใช้ Dynamic SQL แบบ exec แล้วตามด้วยวงเล็บ
- การเรียงลำดับข้อมูลของ Fields ที่ UNPIVOT
- การ run SQL จากตัวแปร string โดยใช้ exec เรียกรูปแบบนี้ว่า Dynamic SQL
- การประกาศตัวแปร และการ assign ค่าเข้าตัวแปร
- ค่าสูงสุดของ varchar และ nvarchar

• 28. การตรวจสอบ Fields ของ Table มีอะไรบ้างโดยใช้ sys.columns และ Object_ID
- การตรวจสอบ Fields ของ Table ต่าง ๆ โดยใช้ exec sp_help
- การตรวจสอบ Fields ของ Table ต่าง ๆ โดยใช้ sys.Columns
- โครงสร้างของ Sys.Columns
- ความหมายของ Object_ID และการนำไปใช้

• 29. นำความรู้ที่ได้มาเขียน unpivot เพื่อต่อ String ให้มี Fields ต่างๆ ที่ต้องการ โดยเรียกจาก VB.NET
- ดึงข้อมูล Fields ต่าง ๆ ที่ต้องใช้สำหรับ UNPIVOT จาก VB.NET
- ต่อ String โดยใช้ System.Text.StringBuilder
- นำข้อมูลต่าง ๆ มาสร้าง String เป็น SQL Statement สำหรับ UNPIVOT

• 30. การใช้ Dynamic SQL แบบที่ 2 โดยใช้ Execute sp_executesql
- การใช้ Dynamic SQL แบบที่ 2 โดยใช้ sp_ExecuteSQL
- ตัวแปรจะเป็นประเภท varchar ไม่ได้ ต้องเป็น nvarchar

• 31. การ Execute sp_ExecuteSQL แบบมี Parameters
- รูปแบบการประกาศตัวแปร
- การส่ง parameters เข้า stored procedures แบบมีชื่อ Parameters ด้วย
- การเปลี่ยน string ให้อยู่ในรูปแบบ nvarchar โดยใช้ N นำหน้า
- รูปแบบการบอก DataTypes ของ Parameter
- การส่งค่าตัวแปรเข้าไปใน Parameters ของ Sp_ExecuteSQL

• 32. การประยุกต์งาน Dynamic SQL เพื่อสร้าง Stored Procedures ในการนับจำนวน Records ของ Tables ใดๆ
- ประยุกต์งาน Dynamic SQL เพื่อนับจำนวน Records ของ Tables ใด ๆ
โดยนำมาสร้าง Stored Procedures


เนื้อหาในซีดีแผ่นที่ 3:
• 1. เตรียม Project ใหม่สำหรับ CD-ROM แผ่นที่ 3 และการใช้ Top ที่สามารถใช้ตัวแปรได้, Set Rowcount
- เตรียม Project ใหม่ และ Copy ไฟล์ที่จำเป็นสำหรับ CD-ROM แผ่นที่ 3
- รูปแบบการใช้ Top โดยทั่วไป
- รูปแบบการใช้ Top แล้วตามด้วยตัวแปร ซึ่งเป็นรูปแบบใหม่ใน 2005
- เปรียบเทียบการเขียน SQL statement แบบเก่าและแบบใหม่จากการใช้ Top
- การจำกัดจำนวน Record อีกแบบโดยใช้ Set Row Count

• 2. การใช้ Top ร่วมกับ Percent และการใช้ Top ร่วมกับ SubQuery หรือ Functions
- รูปแบบการใช้ Top แบบ Percent
- การใช้ Top ร่วมกับ SubQuery
- การหา Average ของ SubQuery

• 3. การใช้ Cross Apply และ Outer Apply ร่วมกับ Top และรูปแบบที่แตกต่างจาก Inner Join และความหมายของ Compatibility Level
- รูปแบบการเขียน Cross Apply ซึ่งเป็นรูปแบบใหม่ใน SQL 2005 เพื่อหาข้อมูล OrderID ล่าสุด 2 ตัวของลูกค้าแต่ละราย
- รูปแบบการเขียนที่แตกต่างกับ Inner Join
- การใช้ Top ร่วมกับ Cross Apply
- การใช้ Outer Apply
- การใช้ Common Table Expression ร่วมกับ Cross Apply
- การตรวจสอบข้อมูลลูกค้าที่ไม่มีการสั่งซื้อ
- การปรับ Compatitbility Level ให้เป็น SQL Server 2005

• 4. ความหมายและการทำงานของ Cross Apply ที่แตกต่างกับ Inner Join
- อธิบายความหมายและรูปแบบการเขียนของ Cross Apply ที่แตกต่างกับ Inner Join
- ขั้นตอนการทำงานของ Cross Apply

• 5. การสร้าง Functions ที่ Return ค่าเป็น Scalar และรูปแบบการนำไปใช้
- รูปแบบการสร้าง Function ใน SQL Server
- การกำหนด Parameter และ Return Value
- ข้อแตกต่างระหว่าง Function และ Stored Procedures
- การนำ Function ไปใช้ จำเป็นต้องระบุ owner ทุกครั้ง

• 6. การสร้างและการแก้ไข Functions และรูปแบบการใช้ตัวแปรแบบสะสมค่า
- รูปแบบการสร้าง Function อีกแบบ
- การแก้ไข Function
- ตัวอย่างการใช้ตัวแปรใน Function แบบสะสมค่า

• 7. การสร้าง Functions ที่ Return เป็น Tables แบบ Single Statement และการใช้ Functions ที่สร้างขึ้นร่วมกับ Cross Apply
- รูปแบบ Function ที่ Return เป็น Table แบบ Single Statement
- การเรียกใช้ Function ที่ Return เป็น Table
- การนำไปประยุกต์กับ Cross Apply

• 8. การสร้าง Functions ที่ Return เป็น Tables แบบ Multiple Statements และรูปแบบการใช้ IF
- การสร้าง Function ที่ Return เป็น Table แต่ภายในมีหลาย Statements
- รูปแบบการใช้ IF...และ Else
- โครงสร้างในการเขียน Functions ที่ Return เป็น Table และการประกาศตัวแปร Table
- การใช้ Function Left และการใช้ Like โดยมีเงื่อนไขว่าถ้าขึ้นต้นด้วย A-C ให้ Return ข้อมูล Top 3 แต่ถ้าเป็นตัวอักษรอื่นให้ Return ข้อมูล OrderID ที่เป็น Top 2

• 9. เทคนิคการจัดการ Queue โดยใช้ Output ซึ่งเป็นรูปแบบใหม่ใน SQL Server 2005 และการใช้ Object Deleted
- ในรูปแบบการเขียน Stored Procedures สามารถใช้ output deleted.* ได้
- การสร้างตัวแปรที่เป็น Table
- สร้าง Stored Procudure ในการจัดการ Queue
- การใช้ Delete ร่วมกับ Output เพื่อเก็บค่าที่ Delete ใส่ในตัวแปร Table

• 10. การค้นตำแหน่งของ String โดยใช้ patindex และ charindex
- การค้นตำแหน่งของ String
- ข้อแตกต่างระหว่างการใช้ CharIndex และ PatIndex
- การใช้ PatIndex สามารถใช้สัญลักษณ์ % และ ก้ามปู ได้
- CharIndex ไม่ต้องใช้สัญลักษณ์ %

• 11. การสร้าง Tables ที่มีการใส่กฎให้กับ Tables โดยการใช้ Check และเตรียม Tables เพื่อศึกษา Try…Catch ในการดัก Error
- สร้าง Tables เพื่อเตรียมศึกษาการดัก Error
- การตรวจสอบจำนวนเงินไม่ให้ต่ำกว่าที่กำหนดโดยใช้ Check
- รูปแบบการดัก Error โดยใช้ Try…Catch
- การสร้าง Table Error Log
- การตรวจสอบผู้ใช้ที่ Login อยู่ขณะนี้

• 12. สร้าง Stored Procedures ที่มีการดัก Error โดยการใช้ Try…Catch
- รูปแบบการใช้ Try…Catch ใน Stored Procedure
- การเก็บข้อมูลที่มีการผิดพลาดใน Table ErrorLog
- ใช้ได้เฉพาะ SQL 2005

• 13. รูปแบบการดัก Error แบบเก่าโดยใช้ @@error
- การใช้ @@error เพื่อตรวจสอบ Error ที่เกิดขึ้น
- แบบนี้ใช้ได้ทั้ง SQL 2000 และ SQL 2005
- เปรียบเทียบรูปแบบการเขียนที่แตกต่างกัน

• 14. การสร้าง Databases ใหม่จากการ Design โดยสั่งจาก SQL Statements มาจาก VB.NET และความหมายของ Collation
- การสร้าง Database จากการ Design
- การสร้าง Database ใหม่จาก SQL Statement
- การสร้าง Database จาก VB.NET เกิดเปิด SqlConnection และการสร้าง SqlCommand
- การเปลี่ยน Database ที่ Connect จาก SqlConnection และการใช้ Use
- การดัก Error ใน VB.NET

• 15. ตรวจสอบการทำงานของการสร้าง Databases ใหม่จาก VB.NET
- ตรวจสอบการทำงานการสร้าง Database ใหม่จาก VB.NET
- ตรวจสอบผลจากการสร้างว่าถูกต้องหรือไม่

• 16. การตรวจสอบ Databases ที่สร้างขึ้นจาก sysdatabases หรือ sys.databases และการใช้ db_id()
- การตรวจสอบรายชื่อของ Databases โดยใช้ sysdatabases หรือ sys.databases
- ความหมายและหน้าที่ของ master database
- การอ้าง Table ข้าม Database
- ความหมายของ db_id()

• 17. การเปลี่ยน Collation ของ Databases และการเปลี่ยน Options ต่างๆ ของ Databases โดยใช้คำสั่ง
- คำสั่งในการเปลี่ยน Collation ของ Database
- คำสั่งในการเปลี่ยน Options ต่าง ๆ ของ Database

• 18. การใช้ sp_helpdb และการลบ Databases ทิ้ง
- การตรวจสอบคุณสมบัติของ Database โดยใช้ exec sp_helpdb
- การลบ Database ทิ้งโดยใช้ drop database

• 19. การใช้ Dock และ Splitter ใน VB.NET เพื่อให้ผู้ใช้สามารถ Resize ได้ และ Object DataRow ของ DataTable
- การใช้ Splitter และการกำหนด Dock ของ Controls ต่าง ๆ
- ดึงข้อมูลว่า Databases อะไรบ้างมาแสดงใน ListBox
- Object DataRow ของ DataTable

• 20. การแสดงข้อมูล Databases และรายชื่อ Tables ของ Databasesที่มีการ DoubleClick ใน VB.NET
- การตรวจสอบขนาด Database และวันที่สร้าง จาก VB.NET และการอ้าง Objects จาก Dataset ที่ได้
- การตรวจสอบรายชื่อ Tables จาก sys.tables และ Sysobjects
- นำข้อมูลรายชื่อ Tables มาแสดงใน VB.NET

• 21. คำสั่งในการสร้าง Tables ที่มีรูปแบบต่างๆ : Identity, Timestamp, การสร้าง Primary Key และการตรวจสอบโครงสร้าง Tables
- SQL Statement ในการสร้าง Table
- Field ที่เป็น Identity
- Field ประเภท Timestamp
- การกำหนด Field ไม่ให้เป็น Null
- การสร้าง Primary Key ให้กับ Field ในขณะที่สร้าง Table
- การตรวจสอบโครงสร้างของ Table โดยใช้ sp_help

• 22. ความหมายของ Identity Field และ Timestamp Field
- ความหมายของ Field Identity
- ประโยชน์ของ Timestamp Field
- การตรวจสอบค่า identity โดยใช้ @@identity
- การตรวจสอบ timestamp ล่าสุด โดยใช้ @@dbts

• 23. ประโยชน์ของ Identity Field และ Timestamp Field เพิ่มเติมการปรับให้ Identity Field เริ่มต้นที่ 1 ใหม่ และความหมายของ Truncate Table
- การ Run เลขของ Identity เมื่อมี Error เกิดขึ้น
- ประโยชน์ของ Timestamp Field ในกรณีที่ต้องการตรวจสอบ Record ที่มีการแก้ไข
- การทำให้ Identity Field เริ่มต้นที่ 1 ใหม่
- ความหมายของ Truncate Table ว่าต่างจาก Delete อย่างไร

• 24. การใช้ while loop, การใช้ Functions replicate และการใช้ set nocount
- การใช้ While Loop ในการเขียน SQL Batch หรือ Stored Procedures
- การใช้ Ascii เพื่อตรวจสอบ Ascii ของตัวอักษร
- การใช้ Char เพื่อเปลี่ยน Ascii ให้เป็นตัวอักษร
- การใช้ฟังก์ชัน Replicate
- ความหมายของการใช้ Set NoCount

• 25. การใช้ Collate กับ where และ order by เพื่อคัดเลือกข้อมูลที่เป็นตัวอักษรตัวใหญ่เท่านั้น
- การใช้ Collate กับ Order by ในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อให้ลำดับของตัวอักษรตัวเล็กตัวใหญ่แตกต่างกัน
- การใช้ Collate กับ Where เพื่อคัดเลือกข้อมูลที่เป็นตัวอักษรตัวใหญ่เท่านั้น

• 26. การเขียน SQL Statements กับ Fields ที่เป็น nvarchar สามารถระบุ N นำหน้าเพื่อให้ทราบว่าเป็น Unicode
- ระวังการใช้กับ Field ข้อมูลประเภท NVarchar
- ให้ระบุ N นำหน้ากับ String ต่าง ๆ เพื่อให้ทราบว่าเป็น Unicode

• 27. การแก้ปัญหาเกี่ยวกับข้อมูลประเภทวันที่ และการ Convert วันที่ในรูปแบบต่างๆ
- ปัญหาของการ Query ข้อมูลประเภทวันที่ ทั้งการใช้ Where และการใช้ Group by
- การ Convert Date ในรูปแบบต่าง ๆ
- การแก้ไขปัญหากับ Field ประเภทวันที่

• 28. สร้าง Functions ที่เก็บข้อมูลเฉพาะวันที่เท่านั้น โดยไม่สนใจเวลา
- สร้าง Function ที่เก็บข้อมูลเฉพาะวันที่เท่านั้น
- จาก Function นี้ทำให้สะดวกในการใส่เงื่อนไข และการใช้ Group By
- Function ที่สร้างขึ้นจะส่งวันที่และเวลาเข้าไป แต่จะตัดส่วนของเวลาทิ้งไป

• 29. การสร้าง Fields ใหม่ที่เกิดจากการคำนวณใน SQL Statements ทั่วไป และ Calculated Fields
- การตั้งชื่อ Field ใหม่ที่เกิดจากการคำนวณมีทั้งหมด 3 วิธี
- วิธีการสร้าง Calculated Field
- ประโยชน์ของ Calculated Field

• 30. คำสั่งในการเพิ่ม-ลบ Column ต่างๆ ลงใน Tables และคำสั่งในการใส่กฎเกณฑ์ให้กับ Fields ต่างๆ
- คำสั่งในการลบ Field
- คำสั่งในการเพิ่ม Fields ต่าง ๆ
- การใส่กฏเกณฑ์ให้กับ Field ใน Table

• 31. การเพิ่ม Constraints Check ให้กับ Fields และการใช้ sp_helpconstraint เพื่อตรวจสอบ Constraints ต่างๆ ใน Tables
- การ Add Constraint Check ไปพร้อมกับสร้าง Field
- การ Add Constraint Check เข้าไปทีหลัง
- รูปแบบการใช้ Constraint Check
- การตรวจสอบ Constraints ของ Table โดยใช้ sp_helpconstraint

• 32. การกำหนด Date Format ในรูปแบบต่างๆ เพื่อเขียน SQL ตามรูปแบบที่ต้องการ และการ Disabled Constraints
- การกำหนด Date Format ให้เป็นรูปแบบ dmy เพื่อให้สามารถเขียน SQL แบบ วัน/เดิอน/ปี
- การ Enabled และ Disabled Constraint
- ประโยชน์ของการ Disabled Constraint
- การ Enabled Constraint จะกระทำต่อเมื่อมีการแก้ไขข้อมูลนั้นใหม่ ไม่เกี่ยวกับข้อมูลที่มีอยู่แล้ว

 ราคา 204 บาท
ราคาปกติ 240 บาท
ประหยัด 36 บาท

ส่งหน้านี้ให้เพื่อน



 

  สินค้าที่คุณเคยคลิกเข้าไปชมล่าสุด



 โปรโมชั่นประจำเดือน
 สื่อสำหรับเด็ก HOT!!!
 หนังสือลิขสิทธิ์จากต่างประเทศ
 หัดวาดการ์ตูน ศิลปะ
 นิทานอีสป นิทานสองภาษา นิทานสอนใจเด็กดี
 สอนภาษาอังกฤษเด็ก
 สอนภาษาไทยเด็ก
 หัดคัด หัดเขียนภาษาอังกฤษ
 หัดคัด หัดเขียนภาษาไทย
 หนังสือสำหรับโอกาสพิเศษหรือหนังสือแจกงานศพ
 ARBook HOT!!!
 TalkingPEN
 หนังสือที่มี APP HOT
 วัยก่อน 3 ขวบ
 วัย 3 ขวบ - 5 ขวบ
 วัย 5 ขวบ - 7 ขวบขึ้นไป
 นิตยสาร I GET ENGLISH
 วิทยาศาสตร์
 สอนถ่ายภาพ กล้องดิจิตอล
 สอนเขียนโปรแกรม
 สอนคอมพิวเตอร์ อินเตอร์เน็ต
 สอนกีต้าร์โปร่ง กีต้าร์ไฟฟ้า
 สอนอูคูเลเล่
 สอนเบส
 สอนเปียโน คีย์บอร์ด
 สอนดนตรีไทย
 สอนไวโอลิน
 สอนกลอง
 ดนตรีอื่นๆ
 สอนภาษาไทย
 สอนภาษาอังกฤษ
 สอนภาษาญี่ปุ่น
 สอนภาษาจีน
 สอนภาษาเกาหลี
 สอนภาษาเยอรมัน
 สอนภาษาฝรั่งเศส
 สอนกอล์ฟ
 สอนลดน้ำหนัก ความงาม ออกกำลัง สุขภาพ
 สอนโยคะ
 สอนเปิดร้านยา เรื่องยา
 สอนทำอาหาร ขนม เครื่องดื่ม
 ธรรมะ
 สอนฝึกสุนัข ปลา จัดสวน
 สอนทำของเล่น เครื่องบินบังคับ
 สอนงานฝีมือ งานอดิเรก


แบบฝึกอ่านภาษาไทย เล่ม 2 ฝึกผันวรรณยุกต์ (ปรับปรุง-Talking Pen)
เรียนรู้การผันวรรณยุกต์ อักษรสูง กลาง ต่ำ คำที่มี ห นำ เเละคำควบกล้ำ เหมาะสำหรับน้องๆ ปฐมวัย - ประถมต้น



สามารถใช้กับปากกาเอ็มไอเอส ทอล์กกิงเพน ได้
รายละเอียดเพิ่มเติม

หนังสือ : 1 เล่ม
ชนิดปก : ปกอ่อน
เนื้อใน : 4 สีทั้งเล่ม
วีซีดี : - แผ่น
จำนวน : 60 หน้า
ขนาดรูปเล่ม : 8 x 8 นิ้ว
น้ำหนัก : 151 กรัม
ผู้แต่ง : ชนาภัทร พรายมี
หนังสือ 1 เล่ม
ราคาปกติ ฿59.00
฿50.00    
สินค้าขายดี
วีดีโอตัวอย่างสินค้าทั้งหมด
สินค้าทั้งหมด


เข้าร่วมเป็นเพื่อนบ้าน


7,000 คำศัพท์ต้องรู้
ค้นหาง่าย จำได้ไว ใช้ได้จริง! ทางลัดสำหรับเพิ่มคลังคำศัพท์ภาษาอังกฤษ
จุใจกับ 85 หมวดศัพท์ต้องรู้ รวม 7,000 คำศัพท์ ที่ใช้ในห้องเรียนการสอบ และใช้ในชีวิตประจำวันแยกหมวดชัดเจน ท่องจำได้ง่ายๆ


หนังสือ : 1 เล่ม

ชนิดปก : ปกอ่อน

เนื้อใน : 1 สี

จำนวน : 624 หน้า

ขนาดรูปเล่ม : 130 X 190 มิลลิเมตร

น้ำหนัก : 480 กรัม

ผู้เขียน : กองบรรณาธิการเอ็มไอเอส

ราคาปกติ ฿99.00
฿84.00    
สินค้าขายดี
วีดีโอตัวอย่างสินค้าทั้งหมด
สินค้าทั้งหมด


นโยบาย   |    แผนที่-สถานที่ตั้ง   |    ติดต่อเรา   
  สงวนลิขสิทธิ์ ©2017 โดย บริษัท สำนักพิมพ์เอ็มไอเอส จำกัด
Copyright ©2017 MIS Publishing Co., Ltd. All rights reserved.
โทรศัพท์ 0-2294-8777    โทรสาร 0-2294-8787
Server 2    misbook@live.com